โรคกระดูกและข้อถือเป็นโรคที่พบได้บ่อย ทั้งในกลุ่ม ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยน้ำหนักเกิน คนเล่นกีฬา และ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญโรคที่เกี่ยวกับกระดูกและข้อก็สร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตไม่น้อยไปกว่าโรคอื่นๆ เลย
🚩 สัญญาณของโรคกระดูกพรุนคืออะไรครับ จะสังเกตตัวเองได้อย่างไร ?
🚩 ทำอย่างไรไม่ให้กระดูกพรุน ?
🚩 โรคอ้วน ภัยร้ายต่อกระดูก คนอ้วนออกกำลังกายลดน้ำหนักอย่างไรให้ปลอดภัยต่อกระดูก ?
🚩 ศาสตร์การจัดกระดูกเหมาะกับผู้ป่วยแบบไหน ?
Gen นี้ Gen ไหน ต้องใส่ใจกระดูก: กระดูกกับสุขภาพทุกช่วงวัย
กระดูก: โครงสร้างหลักของร่างกายที่ต้องดูแลทุกวัย
กระดูกเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างและรองรับการเคลื่อนไหว คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าปัญหากระดูกจะเกิดขึ้นในวัยชราเท่านั้น แต่ความจริงแล้วปัญหากระดูกสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงวัย
1. โรคกระดูกพรุน: ปัญหาเงียบที่ต้องระวัง
สาเหตุของกระดูกพรุน
กระดูกพรุนเกิดจากการสูญเสียมวลกระดูกมากกว่าการสร้างกระดูกใหม่ ทำให้กระดูกเปราะบางและหักได้ง่าย พบมากในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนเนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ส่งผลต่อกระบวนการสร้างกระดูก
PM 2.5 กับความเสี่ยงกระดูกพรุน
มีการศึกษาพบว่าฝุ่นละออง PM 2.5 อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนได้ เนื่องจากเมื่อร่างกายได้รับ PM 2.5 ระบบภูมิคุ้มกันต้องทำงานเพื่อต่อสู้กับมลภาวะนี้ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่อาจกระตุ้นให้กระดูกสลายมากขึ้น
อาการของกระดูกพรุน
- ความสูงลดลง
- หลังค่อม
- กระดูกหักง่ายแม้ได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย
- ปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกสันหลังยุบตัว
แนวทางป้องกันกระดูกพรุน
- รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว
- ได้รับวิตามินดีจากแสงแดดหรืออาหารเสริม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น การเดิน หรือเวทเทรนนิ่งเพื่อกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรง
- หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
2. โรคอ้วน: ภัยเงียบที่ส่งผลกระทบต่อกระดูก
โรคอ้วนไม่เพียงแต่เพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคหัวใจ แต่ยังส่งผลกระทบต่อกระดูกและข้อโดยตรง
ผลกระทบของน้ำหนักเกินต่อกระดูก
- เพิ่มแรงกดที่กระดูกสันหลัง ข้อเข่า และข้อสะโพก ทำให้เกิดข้อเสื่อมเร็วกว่าปกติ
- อาจทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือกระดูกทับเส้นประสาท
- มีแนวโน้มเกิดภาวะกระดูกหักได้ง่ายกว่าคนที่มีน้ำหนักปกติ
การออกกำลังกายสำหรับผู้ที่น้ำหนักมาก
หากมีน้ำหนักตัวมากและมีปัญหากระดูก อาจต้องเลือกการออกกำลังกายที่ไม่ส่งแรงกระแทกสูง เช่น
- การปั่นจักรยาน
- ว่ายน้ำ
- ใช้เครื่อง elliptical เพื่อช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อเข่า
3. กระดูกทับเส้นประสาท: อาการที่ไม่ควรมองข้าม
กระดูกทับเส้นคืออะไร?
ภาวะกระดูกทับเส้นเกิดจากหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือกระดูกสันหลังเสื่อม ทำให้ไปกดทับเส้นประสาท ส่งผลให้เกิดอาการปวดหลังเรื้อรัง ปวดร้าวลงขา หรือชาอ่อนแรง
อาการของกระดูกทับเส้น
- ปวดหลังเรื้อรัง
- ปวดร้าวลงขา หรือแขน
- อ่อนแรงในแขนขา
- ชาหรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม
วิธีการรักษา
- การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
- การปรับพฤติกรรม เช่น หลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำให้เกิดอาการ
- การทำกายภาพบำบัด
- การทานยาแก้อักเสบ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ
- การรักษาด้วยการผ่าตัด
- หากอาการรุนแรงและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น อาจต้องใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้องหรือผ่าตัดเปิด
4. ไคโรแพรคติก: การจัดกระดูกปลอดภัยจริงหรือ?
ไคโรแพรคติกเป็นศาสตร์การจัดกระดูกเพื่อบรรเทาอาการปวด แต่หากทำโดยผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ เช่น
- เสี่ยงต่อกระดูกหัก
- หลอดเลือดแดงแตก เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง
- อาการปวดที่รุนแรงขึ้น
หากต้องการรักษาอาการปวดกระดูก ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ หรือกายภาพบำบัด แทนการไปจัดกระดูกเอง
5. วิธีตรวจมวลกระดูกและการดูแลสุขภาพกระดูก
การตรวจความหนาแน่นของกระดูก
การตรวจที่แม่นยำที่สุดคือ DEXA Scan ซึ่งนิยมตรวจที่
- กระดูกสันหลัง
- กระดูกสะโพก
- กระดูกแขน (ในบางกรณี)
การตรวจมวลกระดูกสามารถช่วยให้วางแผนป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
การเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
- รับประทาน แคลเซียม อย่างน้อย 1,000 มก./วัน
- รับ วิตามินดี อย่างน้อย 600 IU/วัน จากแสงแดดหรืออาหาร
- ออกกำลังกายแบบมีแรงกระแทกเล็กน้อย เช่น การเดิน หรือการยกน้ำหนัก
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
สรุป
กระดูกเป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่ต้องดูแลตั้งแต่เด็กจนถึงวัยสูงอายุ โรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูก เช่น กระดูกพรุน กระดูกทับเส้น และข้อเสื่อม สามารถป้องกันได้ด้วยพฤติกรรมที่เหมาะสม การตรวจสุขภาพกระดูกเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะเหล่านี้ได้ การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารที่เหมาะสม และการใช้ชีวิตที่ถูกต้อง จะช่วยให้กระดูกของคุณแข็งแรงไปตลอดชีวิต