ปวดหลัง ปวดคอ อย่าทน! รักษาด้วย การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง

 30 Jul 2024  เปิดอ่าน 796 ครั้ง

00:41 ทำไมเราถึงปวดหลัง ปวดคอ

01:07 เส้นประสาทอักเสบ เกิดจากอะไร

01:33 โรคเกี่ยวกับเส้นประสาทอักเสบ เป็นตอนอายุเท่าไหร่

01:48 พฤติกรรมที่ทำให้ปวดหลัง

02:26 โรคที่ตามมาจากอาการ ปวดหลัง ปวดคอ

03:08 ถ้าไม่รักษาอาการปวดคอ และปวดหลังเรื้อรัง อันตรายไหม

03:58 ปวดหลังเรื้อรัง รักษาได้กี่วิธี

04:46 ถ้าไม่อยากรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง ด้วยการผ่าตัด ทำยังไงได้บ้าง

05:19 ฉีดยาสเตียรอยด์ ระงับอาการปวดหลังเรื้อรังได้นานไหม

05:24 ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง คืออะไร

06:29 ใช้สเตียรอยด์รักษา ไม่อันตรายหรอ

07:24 ปวดหลังขนาดไหน ถึงควรมาฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง

08:02 ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง มีกีแบบ ต่างกันยังไง

08:32 เครื่องอัลตราซาวน์นำการฉีดยา ดียังไง มีข้อเสียไหม

09:06 ขั้นตอนการ ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง เป็นยังไง พักฟื้นนานมั้ย

10:40 ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง 1 ครั้ง อยู่ได้นานไหม

11:09 การรักษาด้วย ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง เหมาะกับใครบ้าง

11:52 ทำยังไงถึงจะไม่ปวดหลัง ปวดคอ


การรักษาอาการปวดคอ ปวดหลัง ด้วยการฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง

อาการปวดคอ ปวดหลัง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

อาการปวดคอและปวดหลังเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย สาเหตุอาจเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ ไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างของกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเคลื่อน หากอาการปวดเป็นเรื้อรังและไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการชาหรืออ่อนแรง


สาเหตุของอาการปวดคอและปวดหลัง

  1. กล้ามเนื้ออักเสบ – เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ หรืออยู่ในท่าทางเดิมนานๆ เช่น นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
  2. หมอนรองกระดูกเสื่อม – พบได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง
  3. กระดูกสันหลังเสื่อม – พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท
  4. กระดูกสันหลังเคลื่อน – ทำให้เส้นประสาทถูกกด ส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา

การรักษาอาการปวดคอ ปวดหลัง

แนวทางการรักษาแบ่งเป็น 3 ระดับหลักๆ ได้แก่:

  1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด – ใช้ยาแก้ปวด ทำกายภาพบำบัด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
  2. การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง – ลดการอักเสบของเส้นประสาท ช่วยบรรเทาอาการปวด
  3. การผ่าตัด – ใช้เมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือมีการกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง

การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงกระดูกสันหลัง

เป็นการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด โดยช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทได้โดยตรง

ข้อดีของการฉีดยา

  • ลดการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณกระดูกสันหลังและเส้นประสาท
  • ให้ผลควบคุมอาการปวดได้นานประมาณ 3 เดือน
  • ช่วยลดปริมาณยาที่ต้องรับประทานต่อเนื่อง
  • ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

ส่วนประกอบของยาที่ฉีด

การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลังประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่:

  1. ยาชา – ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างหัตถการ
  2. สารทึบรังสี – ใช้ช่วยระบุตำแหน่งของเส้นประสาท
  3. ยาสเตียรอยด์ – ช่วยลดการอักเสบของกระดูกสันหลังและเส้นประสาท

กระบวนการฉีดยา

  1. เตรียมตัวก่อนฉีดยา – ผู้ป่วยต้องเข้าห้องหัตถการปลอดเชื้อ
  2. กำหนดตำแหน่งฉีดยา – ใช้ X-ray หรืออัลตราซาวนด์ เพื่อนำทาง
  3. ฉีดยาชา – เพื่อลดความเจ็บปวด
  4. ฉีดสารทึบรังสี – เพื่อให้แน่ใจว่าเข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
  5. ฉีดยาสเตียรอยด์ – เพื่อลดอาการอักเสบของเส้นประสาท
  6. สังเกตอาการ – ผู้ป่วยต้องอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 30 นาที ก่อนกลับบ้าน

วิธีการฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง

แพทย์จะเลือกตำแหน่งการฉีดยาตามอาการของผู้ป่วย ได้แก่:

  • ฉีดทางโพรงประสาทด้านข้าง – เหมาะกับอาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ
  • ฉีดทางโพรงประสาทตรงกลาง – ใช้สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลายจุด
  • ฉีดผ่านทางก้นกบ – เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดจากหลายจุด และต้องการให้ยาออกฤทธิ์ทั่วทั้งกระดูกสันหลัง

ผลลัพธ์หลังการฉีดยา

  • อาการปวดมักจะดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • ผลของยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน
  • หากอาการปวดดีขึ้นและไม่มีการอักเสบเพิ่มขึ้น อาจไม่ต้องฉีดซ้ำ
  • ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย

ข้อควรระวังของการฉีดยาสเตียรอยด์

  • อาจเกิดอาการแพ้ยาสเตียรอยด์ (พบได้น้อย)
  • อาจมีผลข้างเคียง เช่น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
  • ต้องเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม เพราะหากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างรุนแรง อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดแทน

สรุป

การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอหรือหลังจากเส้นประสาทอักเสบ หรือหมอนรองกระดูกเสื่อม โดยเป็นวิธีที่มีความปลอดภัย ช่วยลดอาการปวดได้โดยตรง และลดการใช้ยาระยะยาว หากคุณมีอาการปวดเรื้อรัง ควรเข้ารับคำปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสม


นัดหมายตรวจกับนพ.ปิลันธน์ ใจปัญญา คลิ๊ก

ผลการรักษา

ติดต่อเรา

สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์

สมุทรปราการ

เบอร์โทร

โทร. 02-839-6000

ที่อยู่

111 หมู่ 14 ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ บางปลา บางพลี สมุทรปราการ 10540

เวลาทำการ

วันจันทร์ 16:00 - 19:00 น.
วันพฤหัส 16:00 - 20:00 น.

รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ คลินิกพรีเมียม @ พาราไดซ์ พาร์ค

เบอร์โทร

02-201-0642

ที่อยู่

ชั้น 3 พาราไดซ์ พาร์ค

เวลาทำการ

เสาร์ 8:00 - 11:00 น.

โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

เบอร์โทร

02-080-5999

ที่อยู่

35/2 หมู่ 12 ถนนบางนา-ตราด ซอย 64 ตำบล บางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540

เวลาทำการ

วันเสาร์ 13:30 - 15:30 น.

โรงพยาบาลไทยนครินทร์

เบอร์โทร

02-340-7777

ที่อยู่

345 บางนา-ตราด กม. 3.5 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10260

เวลาทำการ

เสาร์ 16:00 - 19:00 น.

โรงพยาบาลมิชชั่น

เบอร์โทร

02-282-1100

ที่อยู่

430 ถ.พิษณุโลก แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300

เวลาทำการ

อาทิตย์ 08:30 - 11:30 น.

โรงพยาบาลนวเวช

เบอร์โทร

02-483-9999

ที่อยู่

9 ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230

เวลาทำการ

วันพฤหัส เฉพาะเคสโทรนัดล่วงหน้า

คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา

เบอร์โทร

02-308-7600

ที่อยู่

159 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม, วังทองหลาง, กรุงเทพมหานคร 10310

เวลาทำการ

วันศุกร์ 17:00-19:00 น.