00:41 ทำไมเราถึงปวดหลัง ปวดคอ
01:07 เส้นประสาทอักเสบ เกิดจากอะไร
01:33 โรคเกี่ยวกับเส้นประสาทอักเสบ เป็นตอนอายุเท่าไหร่
01:48 พฤติกรรมที่ทำให้ปวดหลัง
02:26 โรคที่ตามมาจากอาการ ปวดหลัง ปวดคอ
03:08 ถ้าไม่รักษาอาการปวดคอ และปวดหลังเรื้อรัง อันตรายไหม
03:58 ปวดหลังเรื้อรัง รักษาได้กี่วิธี
04:46 ถ้าไม่อยากรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง ด้วยการผ่าตัด ทำยังไงได้บ้าง
05:19 ฉีดยาสเตียรอยด์ ระงับอาการปวดหลังเรื้อรังได้นานไหม
05:24 ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง คืออะไร
06:29 ใช้สเตียรอยด์รักษา ไม่อันตรายหรอ
07:24 ปวดหลังขนาดไหน ถึงควรมาฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง
08:02 ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง มีกีแบบ ต่างกันยังไง
08:32 เครื่องอัลตราซาวน์นำการฉีดยา ดียังไง มีข้อเสียไหม
09:06 ขั้นตอนการ ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง เป็นยังไง พักฟื้นนานมั้ย
10:40 ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง 1 ครั้ง อยู่ได้นานไหม
11:09 การรักษาด้วย ฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง เหมาะกับใครบ้าง
11:52 ทำยังไงถึงจะไม่ปวดหลัง ปวดคอ
การรักษาอาการปวดคอ ปวดหลัง ด้วยการฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง
อาการปวดคอ ปวดหลัง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
อาการปวดคอและปวดหลังเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย สาเหตุอาจเกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ ไปจนถึงปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างของกระดูกสันหลัง เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อม หรือกระดูกสันหลังเคลื่อน หากอาการปวดเป็นเรื้อรังและไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อาการชาหรืออ่อนแรง
สาเหตุของอาการปวดคอและปวดหลัง
- กล้ามเนื้ออักเสบ – เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อซ้ำๆ หรืออยู่ในท่าทางเดิมนานๆ เช่น นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์
- หมอนรองกระดูกเสื่อม – พบได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีขึ้นไป ทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง
- กระดูกสันหลังเสื่อม – พบได้บ่อยในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท
- กระดูกสันหลังเคลื่อน – ทำให้เส้นประสาทถูกกด ส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวลงแขนหรือขา
การรักษาอาการปวดคอ ปวดหลัง
แนวทางการรักษาแบ่งเป็น 3 ระดับหลักๆ ได้แก่:
- การรักษาแบบไม่ผ่าตัด – ใช้ยาแก้ปวด ทำกายภาพบำบัด และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
- การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง – ลดการอักเสบของเส้นประสาท ช่วยบรรเทาอาการปวด
- การผ่าตัด – ใช้เมื่อวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือมีการกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง
การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงกระดูกสันหลัง
เป็นการรักษาทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด โดยช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของเส้นประสาทได้โดยตรง
ข้อดีของการฉีดยา
- ลดการอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณกระดูกสันหลังและเส้นประสาท
- ให้ผลควบคุมอาการปวดได้นานประมาณ 3 เดือน
- ช่วยลดปริมาณยาที่ต้องรับประทานต่อเนื่อง
- ฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
ส่วนประกอบของยาที่ฉีด
การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลังประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่:
- ยาชา – ช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างหัตถการ
- สารทึบรังสี – ใช้ช่วยระบุตำแหน่งของเส้นประสาท
- ยาสเตียรอยด์ – ช่วยลดการอักเสบของกระดูกสันหลังและเส้นประสาท
กระบวนการฉีดยา
- เตรียมตัวก่อนฉีดยา – ผู้ป่วยต้องเข้าห้องหัตถการปลอดเชื้อ
- กำหนดตำแหน่งฉีดยา – ใช้ X-ray หรืออัลตราซาวนด์ เพื่อนำทาง
- ฉีดยาชา – เพื่อลดความเจ็บปวด
- ฉีดสารทึบรังสี – เพื่อให้แน่ใจว่าเข็มอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง
- ฉีดยาสเตียรอยด์ – เพื่อลดอาการอักเสบของเส้นประสาท
- สังเกตอาการ – ผู้ป่วยต้องอยู่ในโรงพยาบาลประมาณ 30 นาที ก่อนกลับบ้าน
วิธีการฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง
แพทย์จะเลือกตำแหน่งการฉีดยาตามอาการของผู้ป่วย ได้แก่:
- ฉีดทางโพรงประสาทด้านข้าง – เหมาะกับอาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ
- ฉีดทางโพรงประสาทตรงกลาง – ใช้สำหรับผู้ที่มีอาการปวดหลายจุด
- ฉีดผ่านทางก้นกบ – เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดจากหลายจุด และต้องการให้ยาออกฤทธิ์ทั่วทั้งกระดูกสันหลัง
ผลลัพธ์หลังการฉีดยา
- อาการปวดมักจะดีขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง
- ผลของยาสามารถอยู่ได้นานประมาณ 3 เดือน
- หากอาการปวดดีขึ้นและไม่มีการอักเสบเพิ่มขึ้น อาจไม่ต้องฉีดซ้ำ
- ในบางกรณี แพทย์อาจแนะนำให้ทำกายภาพบำบัดร่วมด้วย
ข้อควรระวังของการฉีดยาสเตียรอยด์
- อาจเกิดอาการแพ้ยาสเตียรอยด์ (พบได้น้อย)
- อาจมีผลข้างเคียง เช่น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น หรือระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
- ต้องเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม เพราะหากเส้นประสาทถูกกดทับอย่างรุนแรง อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดแทน
สรุป
การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่มีอาการปวดคอหรือหลังจากเส้นประสาทอักเสบ หรือหมอนรองกระดูกเสื่อม โดยเป็นวิธีที่มีความปลอดภัย ช่วยลดอาการปวดได้โดยตรง และลดการใช้ยาระยะยาว หากคุณมีอาการปวดเรื้อรัง ควรเข้ารับคำปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสม