โรคกระดูกสันหลัง รู้ไวแก้ไขได้ กับการผ่าตัดหลังที่ไม่อันตรายอย่างที่คิด
รู้ทันโรคกระดูกสันหลัง และแนวทางการรักษาที่ปลอดภัย
โรคกระดูกสันหลังเป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เพียงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้น หลายคนอาจจะเคยมีอาการปวดหลังเรื้อรัง หรือแม้แต่มีอาการปวดร้าวลงขาและแขน ซึ่งอาจเกิดจากภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หรือภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม การรู้เท่าทันโรคนี้จะช่วยให้เราสามารถดูแลตัวเองได้ดีขึ้น ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกสันหลัง
โรคกระดูกสันหลังเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งขึ้นอยู่กับวัยและลักษณะการใช้ชีวิตของแต่ละคน:
- วัยรุ่นและเด็ก – อาจเกิดภาวะกระดูกสันหลังคดตั้งแต่กำเนิด หรือจากการเจริญเติบโตที่ไม่สมดุล เช่น การเติบโตของร่างกายซ้าย-ขวาไม่เท่ากัน
- วัยทำงาน – มักพบภาวะปวดหลังจากการใช้กล้ามเนื้อหลังหนักเกินไป เช่น การนั่งนาน ๆ ยกของหนักผิดท่า หรือแม้แต่การออกกำลังกายที่ไม่ถูกต้อง
- ผู้สูงอายุ – มีโอกาสเกิดภาวะกระดูกเสื่อมมากขึ้น ทำให้โพรงประสาทแคบลง ส่งผลให้เกิดอาการชาหรือปวดร้าวลงขา และอาจส่งผลกระทบต่อการเดิน
สัญญาณเตือนของโรคกระดูกสันหลัง
- ปวดหลังเรื้อรัง – อาการปวดอาจเกิดขึ้นที่หลังส่วนล่าง หรืออาจมีอาการปวดร้าวไปที่ขาหรือแขน
- มีอาการชา อ่อนแรง หรือปวดร้าว – อาการนี้เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ อาจรู้สึกชาหรืออ่อนแรงที่ขาหรือแขนได้
- มีปัญหาด้านการทรงตัว – ผู้ที่เป็นมาก ๆ อาจมีอาการเซง่าย ล้มบ่อย หรือเดินได้ระยะทางสั้นลง
- อาการผิดปกติของระบบขับถ่าย – ในบางรายที่มีภาวะกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทมาก อาจส่งผลต่อการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
การรักษาโรคกระดูกสันหลัง
ปัจจุบันการรักษาโรคกระดูกสันหลังมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ:
- การรักษาด้วยยาและกายภาพบำบัด – เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง โดยแพทย์อาจให้ยาลดอาการปวด หรือทำกายภาพบำบัดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง
- การฉีดยาลดการอักเสบเข้าโพรงประสาท – เป็นทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดเฉพาะจุด และช่วยบรรเทาอาการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
- การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Endoscopic Surgery) – เป็นการผ่าตัดที่บาดเจ็บน้อย โดยใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาที่หมอนรองกระดูก หรือเส้นประสาทที่ถูกกดทับ
- การผ่าตัดใหญ่เพื่อแก้ไขความผิดปกติของกระดูกสันหลัง – ใช้ในกรณีที่เป็นรุนแรงมาก เช่น กระดูกสันหลังเคลื่อน หรือมีภาวะเสื่อมมากจนต้องใส่โลหะเพื่อยึดกระดูกให้มั่นคง
ดูแลตัวเองอย่างไรหลังการผ่าตัด
หลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง สิ่งที่สำคัญคือการดูแลตัวเองให้ถูกต้องเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน:
- หลีกเลี่ยงการก้มหลัง หรือยกของหนักในช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด
- ระวังไม่ให้แผลผ่าตัดเปียกน้ำ และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น แผลซึม หรือมีไข้
- ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง เพื่อช่วยลดแรงกดทับที่หมอนรองกระดูก
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดภาระต่อกระดูกสันหลัง
- รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีสูง เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
การป้องกันโรคกระดูกสันหลัง
แม้ว่าโรคนี้อาจเกิดขึ้นได้ตามวัย แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้โดย:
- ปรับพฤติกรรมการนั่ง – หลีกเลี่ยงการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน และเลือกเก้าอี้ที่รองรับกระดูกสันหลังได้ดี
- ยกของหนักอย่างถูกต้อง – ควรย่อตัวลงและยกของให้ชิดตัว ไม่ก้มหลังยกของโดยตรง
- ออกกำลังกายเป็นประจำ – โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว เช่น การว่ายน้ำ การฝึกโยคะ หรือพิลาทิส
- ใช้กระเป๋าเป้ที่เหมาะสม – สำหรับเด็กและวัยรุ่น ควรหลีกเลี่ยงกระเป๋านักเรียนที่หนักเกิน 10-20% ของน้ำหนักตัว
สรุป
โรคกระดูกสันหลังเป็นภาวะที่สามารถส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมาก การรู้จักป้องกันและดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดโอกาสเกิดโรค และในกรณีที่ต้องเข้ารับการรักษา ปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ปลอดภัยและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
หากคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรัง อ่อนแรง หรือมีปัญหาด้านการทรงตัว ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต